การตัดสินใจเลือกรถกระบะคู่ใจสักคันถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญที่ต้องคิดอย่างรอบด้าน เพราะในโลกของยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเลือกรถที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างคุ้มค่าและยังคงความนิยมอย่างต่อเนื่องจึงเป็นเรื่องจำเป็น ด้วยเหตุนี้ตลาดรถกระบะในประเทศไทย จึงยังเป็นกลุ่มที่น่าจับตามองอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 เลยทีเดียว
ด้วยแนวโน้มตลาดที่ยังเติบโตและมีตัวเลือกที่หลากหลาย คำถามสำคัญคือ “รถกระบะรุ่นไหนดีที่สุดสำหรับคุณ” คำตอบที่ดีที่สุดนั้นขึ้นอยู่กับการใช้งาน งบประมาณ และความต้องการเฉพาะตัวของคุณเป็นหลัก โดยมีรุ่นยอดนิยม เช่น Isuzu D-Max, Ford Ranger, Nissan Navara และรุ่นอื่น ๆ ดังนั้นหากคุณกำลังสับสนหรือตัดสินใจไม่ได้ว่าควรเลือกรถกระบะยี่ห้อไหนดี บทความนี้จะพามาเจาะลึกรายละเอียดของแต่ละรุ่น เพื่อให้คุณค้นพบรถกระบะคันที่ตอบโจทย์สูงสุดสำหรับคุณ
เปิดลิสต์! 10 รถกระบะ ยี่ห้อไหนดี มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง
เราได้ทำการคัดเลือกรถกระบะรุ่นยอดฮิต พร้อมสรุปรายละเอียดและจุดเด่นออกมาเป็นลิสต์ทั้งหมด 10 รุ่น ดังนี้
1. Isuzu D-Max
“หนึ่งเดียว ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ” คือคำนิยามของ Isuzu D-Max รถกระบะรุ่นนี้มีการออกแบบห้องโดยสารระดับพรีเมียม มอบทั้งความสะดวกสบายและฟังก์ชันใช้งานที่หลากหลาย พร้อมด้วยเครื่องยนต์ 2 แบบให้เลือก ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล Ddi MAXFORCE ขนาด 2.2 ลิตร 163 แรงม้า ประหยัดน้ำมัน 18.2 km/L และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 190 แรงม้า ประหยัดน้ำมัน 15.9 km/L
- จุดเด่น: ดิไซน์ที่ลงตัวทั้งความสะดวกสบายและฟังก์ชันที่ครบครัน พร้อมประสิทธิภาพเครื่องยนต์ที่เร็วแรง แต่ประหยัดน้ำมันอย่างดีเยี่ยม
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการซื้อรถกระบะคันแรก ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานแบบรอบด้าน
2. Nissan Navara

Nissan Navara โดดเด่นด้วยดิไซน์ช่วงล่างที่มอบสมรรถนะในการขับขี่ที่ลื่นไหล พร้อมโครงสร้างแชสซีเหล็กกล้าที่ช่วยให้ตัวรถสามารถลุยทุกสภาพถนนได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ยังมีขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล VGS TURBO ขนาด 2.3 ลิตร 160 แรงม้า ในรุ่น King Cab มาตรฐาน
- จุดเด่น: มอบประสบการณ์ขับที่ลื่นไหลและมั่นใจในทุกสภาพถนน ด้วยดิไซน์ช่วงล่างแบบพิเศษ พร้อมโครงสร้างแชสซีเหล็กกล้า (โครงสร้างหลักของรถ)
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการรถกระบะที่นั่งสบาย ขับขี่ลื่นไหล และสามารถบรรทุกของหนัก ๆ ได้ตามต้องการ
3. Ford Ranger
Ford Ranger คือรถกระบะที่ออกแบบมาเพื่อความ “ดุดันทุกสถานการณ์” ด้วยโหมดการขับขี่ทางเรียบและออฟโรด (เส้นทางที่ท้าทายและยากลำบากกว่าถนนทั่วไป) ซึ่งช่วยปรับสมรรถนะการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพเส้นทางและพื้นผิวที่แตกต่างกัน โดยมีทั้งเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว 170 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 210 แรงม้า
- จุดเด่น: โหมดการขับขี่มีที่ทั้งทางเรียบและออฟโรด ช่วยให้ขับขี่ได้ปลอดภัยและมั่นใจในทุก ๆ เส้นทาง
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชื่นชอบในการออกทริปออฟโรด ไม่ว่าจะเป็นเข้าป่าหรือไต่เขา Ford Ranger ก็พร้อมพาไปถึงทุกจุดหมาย
4. Mitsubishi Triton
Mitsubishi Triton รุ่นล่าสุดมีเครื่องยนต์หลัก 2 แบบ คือ เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร HYPER POWER Bi-Turbo ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ในรุ่นท็อป เช่น Athlete และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร 4N16 เทอร์โบ ให้กำลัง 184 แรงม้า มีความโดดเด่นด้วยโครงสร้างเหล็ก High-Tensile ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แข็งแกร่งขึ้น แต่มีน้ำหนักที่เบาลงกว่าเดิม พร้อมช่วงล่างและระบบกันสั่นสะเทือนที่ช่วยให้รถเกาะถนนและบรรทุกของหนักได้อย่างดีเยี่ยม
- จุดเด่น: โครงสร้างเหล็กที่เบาแต่แข็งแกร่ง พร้อมช่วงล่างและระบบกันสั่นที่ช่วยให้รถเกาะถนนและบรรทุกของหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เหมาะสำหรับ: ผู้ต้องการรถกระบะในการขนของระยะทางไกล โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพพื้นผิวของท้องถนน
5. Toyota Hilux Revo
Hilux Revo เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมทั่วประเทศ ทั้งในรุ่นใช้งานทั่วไปและรุ่นที่เน้นสมรรถนะ (4×4) มีตัวเลือกหลายรุ่นย่อย โดย Toyota Hilux Revo รุ่นล่าสุด มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบคือ เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร (1GD-FTV) ที่มีกำลังสูงสุด 204 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร (2GD-FTV) ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า เหมาะทั้งงานใช้งานหนักและการวิ่งทางไกล ระบบช่วงล่างแม่นยำขึ้นกว่ารุ่นก่อน รองรับทั้งตัวถังขับหลัง (2WD) และขับ 4 ล้อ (4WD) โดยรวมเป็นกระบะที่วางใจได้ในทุกสภาพถนนตั้งแต่ในเมืองจนถึงทางทุรกันดาร
- จุดเด่น: ความทนทานสูง อะไหล่หาง่าย และค่าดูแลไม่สูง เป็นรถที่เหมาะสำหรับการใช้งานหนักระยะยาว
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการกระบะทนและคุ้มค่าสำหรับวิ่งงานทั้งวัน บรรทุกของหนัก หรือใช้งานต่างจังหวัดบ่อย ๆ
6. Mazda BT-50
Mazda BT-50 ใช้พื้นฐานวิศวกรรมร่วมกับ Isuzu D-Max มีเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบให้เลือก 2 ขนาด คือ 2.2 ลิตร ที่ให้กำลัง 163 แรงม้า และ 3.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 190 แรงม้า ช่วงล่างมั่นคง ภายในดูดี ตัวรถมีให้เลือกทั้ง 2WD/4WD จึงรองรับงานใช้งานทั่วไปและการบรรทุกได้ครบ ตัวรถมีความทนทานและประหยัดน้ำมัน แต่ยังคงเอกลักษณ์ดิไซน์ของ Mazda ที่ดูพรีเมียม ภายในจัดวางแบบเรียบหรู นั่งสบาย และให้บรรยากาศใกล้เคียงรถนั่งมากกว่ารถกระบะทั่วไป
- จุดเด่น: โดดเด่นเรื่องความประหยัด ให้แรงพอใช้งานและกินน้ำมันน้อย ช่วงล่างถูกปรับให้ซับแรงได้ดี นั่งสบาย พร้อมค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากสำหรับผู้ที่ไม่ได้เน้นลุยหนัก
- เหมาะสำหรับ: เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการรถกระบะรูปลักษณ์ดูดี ใช้ชีวิตประจำวันได้สบาย เน้นความประหยัดและค่าดูแลต่ำ เหมาะกับครอบครัวหรือผู้ที่ใช้เดินทางไกลเป็นประจำ และไม่ได้เน้นใช้งานออฟโรดหนักหรือบรรทุกเกินกำลังบ่อย ๆ
7. MG Extender
MG Extender มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตรเทอร์โบ 161 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ให้แรงบิดเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป โครงสร้างตัวรถและช่วงล่างถูกออกแบบให้เน้นความนุ่มนวล ภายในกว้างขวางมาก และให้ฟีเชอร์เยอะตามสไตล์ MG โดยรวมเป็นกระบะที่เน้นความสบายและความคุ้มค่าเป็นหลัก
- จุดเด่น: จุดเด่นของ Extender คือ “ความคุ้มค่า” ได้ฟีเชอร์ภายในครบ ครอบคลุมทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ห้องโดยสารกว้างที่สุดรุ่นหนึ่ง นั่งสบาย ใช้งานในเมืองได้ดี ช่วงล่างนิ่ม และภาพรวมค่าบำรุงรักษาไม่สูงมาก
- เหมาะสำหรับ: เหมาะกับผู้ที่มองหารถกระบะที่ให้ความคุ้มค่าเป็นหลัก ใช้งานในเมืองหรือทางไกลแบบสบาย ๆ ไม่เน้นบรรทุกหนักหรือใช้งานออฟโรดจริงจัง และอยากได้ห้องโดยสารกว้าง นั่งสบาย ได้ฟีเชอร์ครบในงบประมาณจำกัด
8. Ford Ranger Raptor
Ranger Raptor รุ่นล่าสุดมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบคือ เครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.0 ลิตร V6 EcoBoost เทอร์โบคู่ และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร Bi-Turbo โดยจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ทำให้การตอบสนองรวดเร็วและแรงอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างแบบออฟโรดโดยเฉพาะ มาพร้อมช่วงล่าง FOX ระดับพรีเมียมที่สามารถรับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ตัวรถถูกออกแบบให้เป็น “กระบะสมรรถนะสูง” เหมาะทั้งการขับลุย ทางฝุ่น และการใช้งานหนัก
- จุดเด่น: ช่วงล่างที่ดีที่สุดในคลาส ทำให้การขับในทุกสภาพถนน เกาะถนนได้ดีและมั่นใจ แม้ในทางออฟโรดที่ลุยแบบจริงจัง สมรรถนะเครื่องยนต์ทรงพลัง อีกทั้งยังมีโหมดการขับขี่และระบบช่วยลุยครบครัน
- เหมาะสำหรับ: เหมาะกับสายลุยที่ต้องการสมรรถนะสูง ใช้เที่ยวออฟโรดจริงจัง หรือผู้ที่ต้องการรถกระบะที่ขับสนุก แต่ยังต้องการความนุ่มและความสบายแบบ SUV สำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน
9. GWM Poer Sahar HEV
GWM Poer Sahar HEV ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบผสานมอเตอร์ไฮบริด ทำให้กำลังดีขึ้นแต่ประหยัดกว่ากระบะแบบดั้งเดิมหลายรุ่น ช่วงล่างถูกปรับให้ลดแรงสะเทือนดี ภายในตกแต่งสไตล์ SUV ทันสมัยด้วยจอและฟีเชอร์ต่าง ๆ ที่ให้มาแบบจัดเต็ม ตัวรถเน้นความหรู ความสบาย และเทคโนโลยีเป็นหลัก มากกว่าจะเน้นงานบรรทุกหนักเหมือนกระบะแบบเดิม
- จุดเด่น: เป็น “กระบะไฮบริด” ที่ให้ความประหยัดกว่าและตอบสนองดี ฟีเชอร์ภายในเทียบชั้น SUV สมัยใหม่ ทั้งระบบช่วยขับ หน้าจอขนาดใหญ่ และบรรยากาศหรูหรา การเก็บแรงสั่นสะเทือนทำได้ดี ตัวรถนุ่มนั่งสบาย
- เหมาะสำหรับ: เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระบะที่ขับเหมือน SUV ใช้ในเมืองและเดินทางไกลเป็นหลัก เน้นความสะดวกสบาย ความทันสมัย ไม่ได้ต้องการใช้งานลุยหนักหรือบรรทุกหนักต่อเนื่อง และต้องการความประหยัดกว่ากระบะเบนซินทั่ว ๆ ไป
10. Toyota Hilux Champ
Hilux Champ รุ่นล่าสุดมีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 แบบ คือ เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.7 ลิตร กำลังสูงสุด 166 แรงม้า , เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 139 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า เน้นความทนทานและใช้งานง่าย โครงสร้างตัวรถออกแบบมาเรียบง่าย ซ่อมง่าย และเหมาะกับการดัดแปลงต่อเติม เช่น ตู้บรรทุก หรือรถใช้งานเชิงพาณิชย์ ภาพรวมตัวรถไม่เน้นออปชันหนัก แต่ให้พื้นฐานที่แข็งแรงและค่าใช้จ่ายที่เอื้อมถึงง่าย
- จุดเด่น: คุ้มค่าและอึดทนทานตามแบบฉบับ Toyota อุปกรณ์ไม่ซับซ้อน ทำให้ซ่อมง่าย ค่าดูแลต่ำ เหมาะกับการใช้งานหนักต่อเนื่อง ใช้วิ่งงานทั้งวัน และพร้อมรองรับการดัดแปลงหลากหลายรูปแบบ ประหยัดน้ำมันดีและทนทานต่อการใช้งานระยะยาว
- เหมาะสำหรับ: เหมาะกับผู้ประกอบการหรือร้านค้าที่ต้องการรถที่ใช้บรรทุกหนักอย่างสม่ำเสมอ เน้นความทนและค่าดูแลที่ถูก หรือผู้ที่ต้องการรถพื้นฐานไว้ดัดแปลงต่อเติมตามลักษณะธุรกิจ
เปรียบเทียบสเปกรถกระบะ 5 รุ่นเรือธง
| รุ่นรถ | ประเภท | จุดเด่น | เหมาะกับใคร |
| Isuzu D-Max | กระบะอเนกประสงค์ | ภายในพรีเมียม เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 Ddi MAXFORCE ประหยัดน้ำมันถึง 18.2 km/L แต่ให้แรงบิดสูง | ผู้ที่ต้องการรถกระบะคันแรก ใช้งานครอบคลุมหลายแบบ ทั้งชีวิตประจำวันและงานบรรทุกเบา-กลาง |
| Nissan Navara | กระบะอเนกประสงค์ | ช่วงล่างลื่นไหล นั่งสบาย โครงสร้างแชสซีเหล็กกล้าแข็งแรง พร้อมเครื่องยนต์ดีเซล VGS TURBO 2.3 ลิตร | ผู้ที่ต้องการรถขับดี นุ่ม เกาะถนน และต้องบรรทุกหนักเป็นครั้งคราว |
| Ford Ranger | กระบะสมรรถนะสูง | โหมดขับขี่ทางเรียบ-ออฟโรด ปรับได้ตามสภาพถนน มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว และดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ | ผู้ที่ชื่นชอบความลุย ออกทริปออฟโรด เข้าป่า-ขึ้นเขา ต้องการความมั่นใจในทุกสภาพถนน |
| Mitsubishi Triton | กระบะอเนกประสงค์/ลุยหนัก | โครงสร้างเหล็ก High-Tensile แข็งแกร่งแต่น้ำหนักเบา ช่วงล่างดีเกาะถนน มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ ดีเซล 2.4 ลิตร HYPER POWER Bi-Turbo และดีเซล 2.4 ลิตร 4N16 เทอร์โบ | ผู้ที่ต้องขนของระยะไกล ต้องการรถที่เกาะถนนดี และวิ่งได้ดีในทุกสภาพพื้นผิว |
| Toyota Hilux Revo | กระบะใช้งานหนัก | ทนทาน อะไหล่หาง่าย ค่าดูแลต่ำ แรงบิดสูง มีรุ่นย่อยหลากหลาย มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ ดีเซล 2.8 ลิตร และดีเซล 2.4 ลิตร | ผู้ที่ใช้รถทำงานหนัก วิ่งงานทั้งวัน บรรทุกหนัก หรือใช้เดินทางต่างจังหวัดบ่อย ๆ |
รู้จักประเภทของรถกระบะ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน
ก่อนจะตัดสินใจว่า “ออกรถกระบะ ยี่ห้อไหนดี” การเข้าใจประเภทของรถกระบะแต่ละแบบเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแต่ละประเภทมีดิไซน์และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกรถกระบะที่เหมาะสมและตรงใจคุณมากที่สุด
- กระบะตอนเดียว (Single Cab): รถกระบะแบบตอนเดียวเป็นรถกระบะประเภทที่เน้นการบรรทุกของ มีพื้นที่ด้านหลังสำหรับใส่ของมากกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้งานหนัก เช่น ขนส่งสินค้า หรือใช้ในธุรกิจ แต่ไม่เหมาะสำหรับผู้โดยสารหลายคนเพราะมีที่นั่งจำกัดเพียง 2-3 คน
- กระบะตอนครึ่ง/กระบะแคป (Extended Cab/Space Cab): รถกระบะประเภทนี้มีที่นั่งด้านหลังเพิ่มเติมเล็กน้อย เหมาะกับครอบครัวเล็กหรือผู้ที่ต้องการพับเบาะหลังเพื่อวางของได้บ้าง จึงเป็นตัวกลางระหว่าสำหรับใช้งานหนักและสำหรับนั่งโดยสาร
- กระบะสี่ประตู (Double Cab/Crew Cab): กระบะสี่ประตูเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถที่รองรับผู้โดยสารได้หลายคน มีห้องโดยสารกว้าง นั่งสบาย เหมาะกับทั้งการใช้งานส่วนตัวและทำงาน
- กระบะยกสูง (High-Rider/Prerunner): รถกระบะยกสูงมีช่วงล่างสูงกว่าปกติ ทำให้ลุยทางขรุขระและออฟโรดได้ดี เหมาะกับผู้ที่ชอบเดินทางผจญภัย หรือใช้งานในพื้นที่ทุรกันดาร แต่ข้อเสียคือการเข้า-ออกอาจไม่สะดวก และใช้น้ำมันมากกว่ารุ่นปกติ
ไม่ว่าคุณจะมองหารถกระบะสำหรับใช้งานส่วนตัว บรรทุกของ หรือชื่นชอบการผจญภัยในเส้นทางออฟโรด การเข้าใจประเภทและจุดเด่นของแต่ละรุ่นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะเลือกรถกระบะรุ่นไหนดี? รถกระบะยี่ห้อไหนดี? จากการรวบรวมข้อมูลรถกระบะยอดนิยมทั้ง 10 รุ่น จะเห็นว่ารถแต่ละรุ่นแต่ละประเภทต่างก็ตอบโจทย์ผู้ใช้งานแตกต่างกัน ทั้งด้านสมรรถนะ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในระยะยาว
เพื่อให้การเลือกซื้อรถกระบะมือสองคุ้มค่าและตรงกับความต้องการที่สุด การตรวจสอบคุณภาพและสภาพรถจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญ Drive Sure มีระบบตรวจเช็กรถอย่างละเอียดครอบคลุมทุกจุดสำคัญ พร้อมรายงานข้อมูลสภาพจริงอย่างโปร่งใส ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจนิสสันมือสอง เช่น Nissan Navara, Nissan Terra, Nissan Kicks e-POWER หรือรถเก๋งอย่าง Nissan Almera ที่ Drive Sure มีรถให้คุณเลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการ พร้อมบริการตรวจสภาพรถที่ได้มาตรฐาน ที่ปรึกษาด้านสินเชื่อ และรับประกันหลังการขาย