การค้ำประกันรถยนต์ เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การอนุมัติสินเชื่อผ่านง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผู้กู้มีคุณสมบัติไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม กฎหมายค้ำประกันฉบับใหม่ (พ.ศ. 2558) ได้รับการปรับปรุงเพื่อคุ้มครองคนค้ำประกันรถให้ได้รับความเป็นธรรมสูงสุด โดยจำกัดขอบเขตความรับผิดชอบชัดเจน ไม่ต้องรับภาระดอกเบี้ยหรือค่าปรับที่เกิดจากการผิดนัดของลูกหนี้ และมีสิทธิให้เจ้าหนี้ไล่เบี้ยทรัพย์สินจากลูกหนี้ก่อนเสมอ
บทความนี้จะสรุปสาระสำคัญของการค้ำประกันรถ ตั้งแต่คุณสมบัติผู้ค้ำ รายละเอียดกฎหมายฉบับใหม่ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ไปจนถึงสิทธิและเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากสัญญา
ผู้ค้ำประกันรถยนต์ ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปแล้วสถาบันการเงินจะกำหนดคุณสมบัติพื้นฐานของผู้ที่จะมาเป็นผู้ค้ำประกันไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลนั้นมีความสามารถที่จะรับผิดชอบหนี้ได้จริงหากเกิดปัญหาขึ้น ซึ่งผู้ค้ำประกันไม่จำเป็นต้องเป็นญาติเสมอไป อาจเป็นเพื่อน คนรู้จัก หรือนายจ้างก็ได้ แต่ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
- สัญชาติไทย : ผู้ค้ำประกันต้องมีสัญชาติไทย
- อายุ โดยทั่วไปกำหนดอายุระหว่าง 20-60 ปี (อายุรวมกับระยะเวลาผ่อนแล้วต้องไม่เกิน 60-65 ปี แล้วแต่นโยบายของสถาบันการเงิน)
- รายได้ที่มั่นคง : ต้องมีรายได้ที่แน่นอนและเพียงพอต่อการชำระหนี้แทนได้ โดยอาจกำหนดรายได้ขั้นต่ำไว้ และมักจะต้องเป็นพนักงานประจำที่มีอายุงานไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเป็นเจ้าของกิจการที่ดำเนินธุรกิจมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี
- ประวัติทางการเงินที่ดี : ไม่มีประวัติหนี้เสีย หรือ ติดเครดิตบูโร (National Credit Bureau – NCB)
- สถานะบุคคล : ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือถูกพิทักษ์ทรัพย์
- ที่อยู่อาศัย : มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง สามารถติดต่อได้สะดวกและชัดเจน
กฎหมายใหม่คุ้มครองผู้ค้ำประกันรถยนต์อย่างไรบ้าง? (ฉบับปี 2558)
การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการค้ำประกันในปี พ.ศ. 2558 มีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ปัญหาการเอาเปรียบผู้ค้ำประกันในอดีต โดยกำหนดสิทธิและขอบเขตความรับผิดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ลดภาระที่เกินสมควร และสร้างความเป็นธรรมในสัญญาค้ำประกัน
1. ห้ามบังคับให้ผู้ค้ำประกันเป็น “ลูกหนี้ร่วม”
กฎหมายห้ามเจ้าหนี้บังคับให้คนค้ำต้องรับผิดร่วมกับลูกหนี้เสมือนเป็นหนี้เอง สัญญาต้องระบุสถานะ “ผู้ค้ำประกัน” ให้ชัดเจน หากมีการเขียนสัญญาให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ข้อกำหนดนั้นจะถือเป็นโมฆะทันที
2. สิทธิในการจำกัดวงเงินและความรับผิดชอบ
สัญญาต้องระบุรายละเอียดหนี้ที่ค้ำประกันไว้อย่างชัดเจน ทั้งวงเงินสูงสุดและระยะเวลา หากสัญญาไม่ระบุรายละเอียดเหล่านี้ ผู้ค้ำประกันมีสิทธิปฏิเสธการชำระหนี้ได้ และกฎหมายยังป้องกันไม่ให้มีการทำสัญญาค้ำประกันหนี้ในอนาคตแบบไม่จำกัดยอด
3. ไม่ต้องรับผิดชอบดอกเบี้ยและค่าปรับที่เกิดจากลูกหนี้ผิดนัด
หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด ผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดชอบในดอกเบี้ยผิดนัด ค่าปรับ หรือค่าเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการผิดนัดนั้น เว้นแต่จะมีการระบุความยินยอมไว้ในหนังสือสัญญาแยกต่างหากอย่างชัดแจ้ง
4. เจ้าหนี้ต้องแจ้งให้ทราบเมื่อลูกหนี้ผิดนัด
เมื่อลูกหนี้เริ่มค้างชำระ เจ้าหนี้มีหน้าที่ต้องทำหนังสือแจ้งผู้ค้ำประกันภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด หากเจ้าหนี้ละเลยไม่แจ้งตามกำหนด ผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงที่แจ้งล่าช้านั้น
5. สิทธิในการปฏิเสธให้เจ้าหนี้ไปไล่เบี้ยกับลูกหนี้ก่อน
ผู้ค้ำประกันมีสิทธิขอให้เจ้าหนี้ไปดำเนินคดีหรือบังคับยึดทรัพย์จากลูกหนี้ให้ถึงที่สุดก่อน หากลูกหนี้ยังมีทรัพย์สินเพียงพอชำระหนี้ เจ้าหนี้จะข้ามมาบังคับชำระหนี้จากผู้ค้ำประกันทันทีไม่ได้
6. การพ้นจากสัญญาค้ำประกัน
ผู้ค้ำประกันสามารถพ้นจากความรับผิดได้ในบางกรณีตามกฎหมาย เช่น
- เมื่อหนี้ประธานระงับ : หากหนี้ของลูกหนี้สิ้นสุดลง ไม่ว่าจะเป็นการชำระหนี้ครบถ้วน การปลดหนี้ การหักกลบลบหนี้ หรือการขาดอายุความ สัญญาค้ำประกันจะสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ ผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ต่อไป เนื่องจากไม่มีหนี้หลักเหลืออยู่ให้ต้องค้ำประกัน
- เจ้าหนี้ผ่อนผันให้ลูกหนี้ : หากเจ้าหนี้ผ่อนผันหรือเปลี่ยนเงื่อนไขหนี้โดยไม่ขอความยินยอม และทำให้ผู้ค้ำเสียเปรียบ ผู้ค้ำอาจพ้นจากความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วน
- เจ้าหนี้ไม่รับชำระหนี้ : หากลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันนำเงินไปชำระหนี้ครบถ้วน ถูกต้องตามกำหนด แต่เจ้าหนี้ปฏิเสธไม่รับไว้โดยไม่มีเหตุผลตามกฎหมาย เช่น ตั้งใจถ่วงเวลาให้เกิดดอกเบี้ยหรือเบี้ยปรับเพิ่ม ผู้ค้ำประกันอาจไม่ต้องรับผิดในความเสียหายหรือภาระที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
เปรียบเทียบ! กฎหมายค้ำประกันรถยนต์เก่า VS ใหม่ ต่างกันอย่างไร?
กฎหมายใหม่ช่วยปรับสมดุลระหว่างเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ค้ำประกัน จากเดิมที่ผู้ค้ำต้องแบกรับภาระสูงมาก มาเป็นระบบที่กำหนดหน้าที่และความรับผิดอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
- สถานะลูกหนี้ร่วม
- กฎหมายเก่า : ผู้ค้ำประกันมักถูกมองว่าอยู่ในสถานะใกล้เคียงกับลูกหนี้ร่วม เจ้าหนี้สามารถเรียกให้ผู้ค้ำชำระหนี้ได้ทันที แม้ยังไม่ได้ติดตามหรือเรียกเก็บจากลูกหนี้อย่างเต็มที่
- กฎหมายใหม่ : ผู้ค้ำประกันเป็นเพียงผู้รับผิดรอง เจ้าหนี้ต้องดำเนินการเรียกเก็บจากลูกหนี้ก่อน หากลูกหนี้ไม่สามารถชำระได้จริงจึงจะเรียกจากผู้ค้ำได้
- ขอบเขตความรับผิด
- กฎหมายเก่า : เจ้าหนี้สามารถเลือกฟ้องเฉพาะผู้ค้ำประกันได้ แม้ลูกหนี้ยังมีทรัพย์หรือศักยภาพในการชำระหนี้
- กฎหมายใหม่ : ความรับผิดของผู้ค้ำถูกจำกัดตามที่ระบุไว้ในสัญญา และเจ้าหนี้ต้องดำเนินการกับลูกหนี้ก่อน ไม่สามารถเลือกฟ้องผู้ค้ำโดยละเลยลูกหนี้ได้
- การแจ้งเตือนเมื่อลูกหนี้ผิดนัด
- กฎหมายเก่า : เจ้าหนี้ไม่จำเป็นต้องแจ้งผู้ค้ำประกันเมื่อเกิดการผิดนัด ผู้ค้ำอาจทราบเรื่องเมื่อถูกเรียกชำระหนี้แล้ว
- กฎหมายใหม่ : เจ้าหนี้มีหน้าที่แจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หากไม่แจ้ง ผู้ค้ำอาจไม่ต้องรับผิดในส่วนดอกเบี้ยหรือค่าปรับที่เกิดขึ้น
- การขยายเวลาชำระหนี้
- กฎหมายเก่า : เจ้าหนี้สามารถผ่อนผันหรือขยายเวลาชำระหนี้ให้ลูกหนี้ได้ โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากผู้ค้ำประกัน
- กฎหมายใหม่ : หากเจ้าหนี้ผ่อนผันหรือเปลี่ยนเงื่อนไขโดยไม่แจ้งผู้ค้ำ และทำให้ผู้ค้ำเสียเปรียบ ผู้ค้ำอาจพ้นจากความรับผิดบางส่วนหรือทั้งหมด
ตารางเปรียบเทียบกฎหมายค้ำประกันฉบับเก่า กับ ฉบับใหม่
| หัวข้อ | กฎหมายฉบับเก่า | กฎหมายฉบับใหม่ |
| สถานะลูกหนี้ร่วม | ผู้ค้ำประกันถูกปฏิบัติใกล้เคียงลูกหนี้ร่วม เจ้าหนี้สามารถเรียกให้ผู้ค้ำชำระหนี้ได้ทันที | ผู้ค้ำประกันเป็นผู้รับผิดรอง เจ้าหนี้ต้องเรียกเก็บจากลูกหนี้ก่อน |
| ขอบเขตความรับผิด | ผู้ค้ำอาจต้องรับผิดเต็มจำนวน แม้ลูกหนี้ยังมีความสามารถในการชำระหนี้ | ความรับผิดจำกัดตามที่ระบุในสัญญา และต้องพิสูจน์ว่าลูกหนี้ไม่สามารถชำระได้จริง |
| การแจ้งเตือนเมื่อลูกหนี้ผิดนัด | ไม่มีข้อบังคับให้แจ้ง ผู้ค้ำอาจทราบเรื่องภายหลัง | เจ้าหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด หากไม่แจ้ง ผู้ค้ำอาจไม่ต้องรับผิดบางส่วน |
| การขยายเวลาชำระหนี้ | เจ้าหนี้สามารถผ่อนผันให้ลูกหนี้ได้โดยไม่ต้องแจ้งผู้ค้ำ | หากผ่อนผันโดยไม่แจ้งและทำให้ผู้ค้ำเสียเปรียบ ผู้ค้ำอาจพ้นจากความรับผิด |
เงื่อนไขใดบ้างที่ทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากสัญญา?

แม้การค้ำประกันรถยนต์จะเป็นภาระผูกพันทางกฎหมายที่มีผลยาวนาน แต่กฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขบางประการไว้ เพื่อคุ้มครองผู้ค้ำประกันไม่ให้ต้องรับผิดเกินสมควร หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ความรับผิดนั้นไม่เป็นธรรมอีกต่อไป ผู้ค้ำประกันอาจหลุดพ้นจากสัญญาค้ำประกันได้ในกรณีต่อไปนี้
- เมื่อหนี้ประธานระงับหรือสิ้นสุดลง : หากลูกหนี้ชำระหนี้ครบถ้วน มีการปิดบัญชี หรือหนี้ระงับด้วยเหตุอื่นตามกฎหมาย ความรับผิดของผู้ค้ำประกันย่อมสิ้นสุดไปพร้อมกัน
- เมื่อเจ้าหนี้เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญาโดยไม่แจ้งผู้ค้ำ : เช่น การขยายเวลาชำระหนี้ เพิ่มวงเงิน หรือผ่อนผันเงื่อนไขให้ลูกหนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ค้ำ และการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้ผู้ค้ำเสียเปรียบ
- เมื่อเจ้าหนี้ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย : กรณีเจ้าหนี้ไม่แจ้งผู้ค้ำประกันเมื่อลูกหนี้ผิดนัด หรือปฏิเสธการรับชำระหนี้โดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจทำให้ผู้ค้ำพ้นจากความรับผิดบางส่วนหรือทั้งหมด
ชำระหนี้แทนลูกหนี้แล้วทำอย่างไรต่อ? รู้จัก “สิทธิไล่เบี้ย”
เมื่อผู้ค้ำประกันชำระหนี้แทนลูกหนี้แล้ว ผู้ค้ำย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยตามกฎหมาย สามารถเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระเงินคืนตามจำนวนที่ได้ชำระไป รวมถึงดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการชำระหนี้นั้น ทั้งนี้ผู้ค้ำประกันควรเก็บหลักฐานการชำระหนี้ไว้ให้ครบถ้วน และสามารถใช้สิทธิเรียกร้องคืนได้ทั้งโดยการเจรจา ฟ้องร้อง หรือดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย หากลูกหนี้ไม่ยอมชำระคืนโดยสมัครใจ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายค้ำประกันรถยนต์ (FAQ)
1. ผู้ค้ำประกันสามารถถอนตัวจากการเป็นผู้ค้ำประกันไหม?
โดยหลักการแล้ว การถอนตัวทำได้ยากและต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าหนี้ (บริษัทไฟแนนซ์) เท่านั้น โดยทั่วไปเจ้าหนี้จะไม่อนุมัติเว้นแต่ผู้เช่าซื้อจะหาผู้ค้ำประกันคนใหม่ที่มีคุณสมบัติทัดเทียมมาเปลี่ยนแทน หรือมีการรีไฟแนนซ์เพื่อปิดสัญญาเดิมและเริ่มสัญญาใหม่ที่ไม่มีชื่อผู้ค้ำเดิมผูกพัน
2. ถ้าลูกหนี้เสียชีวิต ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดชอบหนี้ต่อไหม?
เมื่อลูกหนี้เสียชีวิต หนี้สินจะกลายเป็นภาระของทรัพย์กองมรดก โดยเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกเก็บจากทายาทได้ ไม่เกินมูลค่าทรัพย์มรดกที่ทายาทได้รับมาเท่านั้น หากทายาทไม่ได้มรดกเลยก็ไม่ต้องรับผิดชอบหนี้ส่วนตัวของผู้ตาย ในกรณีที่ทั้งทรัพย์มรดกและทายาทชำระหนี้ไม่ครบถ้วน เจ้าหนี้จึงจะมีสิทธิมาเรียกเก็บส่วนที่เหลือจากผู้ค้ำประกัน โดยผู้ค้ำประกันจะรับผิดชอบเฉพาะยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ลูกหนี้เสียชีวิต และไม่ต้องรับผิดชอบดอกเบี้ยหรือค่าปรับที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
3. การค้ำประกันรถยนต์มีผลต่อเครดิตบูโรของผู้ค้ำไหม?
โดยปกติ ชื่อผู้ค้ำประกันจะไม่ปรากฏในรายงานเครดิตบูโรและไม่มีผลต่อการกู้เงินส่วนตัว ตราบใดที่ลูกหนี้ยังจ่ายตรงเวลา แต่หากลูกหนี้เบี้ยวหนี้จนเจ้าหนี้มาทวงถามแล้วคุณไม่ชำระแทน ชื่อของคุณจะถูกบันทึกประวัติการค้างชำระทันที ซึ่งจะส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือและทำให้ขอสินเชื่อบ้านหรือบัตรเครดิตเป็นไปได้ยากขึ้นในอนาคต
ดังนั้น กฎหมายค้ำประกันฉบับใหม่ช่วยยกระดับความคุ้มครองให้คนค้ำประกันรถมีความเป็นธรรมมากขึ้น โดยเปลี่ยนสถานะจาก “ลูกหนี้ร่วม” มาเป็น “ผู้รับผิดรอง” พร้อมกำหนดหน้าที่ให้เจ้าหนี้ต้องแจ้งข่าวสารและไล่เบี้ยจากลูกหนี้ก่อนเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงจากการต้องแบกรับภาระหนี้ที่ไม่ใช่ของตนเองโดยไม่เต็มใจ
หากกำลังมองหารถมือสอง Drive Sure คือศูนย์รวมรถมือสองที่ได้มาตรฐาน รถทุกคันผ่านการตรวจเช็กอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็น โตโยต้ามือสอง นิสสันมือสอง จนไปถึง Nissan Almera มือสอง ยอดนิยม มั่นใจได้ในคุณภาพความปลอดภัยและโครงสร้างรถที่สมบูรณ์ 100% มีเอกสารสัญญาการค้ำประกันรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมให้ข้อมูลครบถ้วนชัดเจนเพื่อให้คุณได้รับรถคุณภาพดีที่สุดในตลาด ให้การออกรถของคุณเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยไร้กังวล