ในช่วงหลายปีที่ผ่านมารถ Eco Car มือสอง กลายเป็นกลุ่มรถที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นด้านความประหยัด ค่าภาษีประจำปีที่ไม่สูง การบำรุงรักษาไม่ซับซ้อน และราคามือสองเอื้อมถึงได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดหรือกำลังมองหารถคันแรก เรียกได้ว่าตอบโจทย์และน่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีตัวเลือกรถหลายรุ่นให้เลือกตามสไตล์การใช้งานจริง
โดยภาพรวมแล้วรถยนต์ Eco Car มือสอง ถือเป็นประเภทรถที่ให้ความคุ้มค่าในหลายด้าน ทั้งค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ไม่สูง มีสเปกและจุดเด่นที่น่าสนใจ รวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากประหยัดพลังงานและปล่อยมลพิษน้อย ราคาค่าตัวในตลาดก็เริ่มต้นเพียงหลักแสนต้น ๆ เท่านั้น บทความนี้ได้รวบรวมรถ Eco Car มือสอง 9 รุ่นที่น่าสนใจ เช่น Nissan March, Suzuki Swift, Nissan Almera, Honda City Hatchback และรุ่นอื่น ๆ พร้อมทั้งรายละเอียดจุดเด่น ข้อควรรู้ และราคาเฉลี่ยในตลาดรถมือสอง Eco Car เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อสามารถประเมินได้อย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจซื้อรถมือสอง
ทำความรู้จัก Eco Car คืออะไร?
Eco Car คือรถเล็กที่ถูกออกแบบมาให้เป็นรถที่โดดเด่นด้านความประหยัดพลังงานและปล่อยมลพิษน้อย ภายใต้โครงการสนับสนุนจาก BOI ที่กำหนดมาตรฐานไว้ชัดเจน ทั้งเรื่องอัตราสิ้นเปลืองอย่างน้อย 20 กม./ลิตร การปล่อย CO₂ ไม่เกิน 100-120 g/km และการใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กไม่เกิน 1.2 ลิตร (เบนซิน) หรือ 1.5 ลิตร (ดีเซล) เพื่อให้เป็นรถที่ทั้งขับง่าย ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
เพราะข้อกำหนดเหล่านี้เอง รถ Eco Car จึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนเมือง ด้วยเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กแต่คล่องตัว ค่าบำรุงรักษาไม่สูง แถมยังประหยัดน้ำมันมาก และหากเป็น Eco Car มือสอง ความคุ้มค่าก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะราคาจับต้องได้มากขึ้น แต่ยังได้รถที่มีคุณสมบัติประหยัดและค่าดูแลต่ำเหมือนเดิม เหมาะมากสำหรับมือใหม่หัดขับ ผู้ที่ทำงานในเมือง หรือผู้ที่ที่อยากได้รถใช้งานจริงจังแต่ดูแลไม่ยุ่งยาก
รวม 9 รุ่น Eco Car มือสอง พร้อมจุดเด่นและปัญหาที่ต้องรู้
หากคุณกำลังมองหารถคันแรก หรือรถเล็กไว้ใช้งานในชีวิตประจำวันแบบคุ้มค่า “Eco Car มือสอง” คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด และเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ต่อไปนี้คือ 9 รุ่น Eco Car มือ 2 ยอดนิยม พร้อมจุดเด่นและข้อควรรู้ที่ควรเช็กก่อนซื้อ
1. Nissan March

Nissan March เป็นรถ Eco Car ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร ให้กำลังประมาณ 79-80 แรงม้า พร้อมเกียร์ CVT หรือเกียร์ธรรมดา (บางรุ่น) ตัวรถมีขนาดกะทัดรัด เหมาะกับการขับขี่ในเมือง โครงสร้างหลักของรถและตัวถังถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ทำให้การขับขี่ราบเรียบและควบคุมง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถประหยัดน้ำมัน คล่องตัว และดูแลไม่ยุ่งยาก ปัจจุบันมีจำหน่ายเฉพาะในตลาดมือสอง
- จุดเด่น:
- น้ำหนักตัวเบาช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น
- ด้วยความที่มีขนาดตัวเล็กกะทัดรัด ทำให้หาที่จอดได้ง่าย เหมาะทั้งการจอดในเมืองและซอยแคบ
- ตัวถังและชิ้นส่วนอะไหล่ในตลาดมือสองหาง่าย ทำให้ค่าบำรุงรักษาไม่แพง เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการลดต้นทุน
- ข้อสังเกต: ควรตรวจประวัติการบำรุงรักษา โดยเฉพาะเกียร์ CVT ตรวจว่าน้ำมันเกียร์ได้รับการเปลี่ยนตามระยะหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าเกียร์ยังทำงานได้ดี และควรตรวจดูสภาพตัวถังว่าเคยผ่านการชนหรือซ่อมมาก่อนหรือไม่
- ราคารถมือสอง (โดยประมาณ): 128,000-295,000 บาท (ขึ้นอยู่กับปีและสภาพรถ)
2. Suzuki Swift
Suzuki Swift รุ่นยอดนิยมสำหรับยุคของรถ Eco Car ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 4 สูบ 91 แรงม้า พร้อมเกียร์ CVT ทำงานแบบเน้นความประหยัด ตัวรถมีดิไซน์สปอร์ต ช่วงล่างถูกออกแบบมาให้เกาะถนนได้ดี ทำให้ควบคุมสนุก ขนาดตัวรถไม่เล็กเกินไป ให้พื้นที่ภายในกำลังดี เหมาะทั้งขับคนเดียวและเดินทางกับเพื่อน
- จุดเด่น:
- ช่วงล่างเฟิร์มกว่าคู่แข่ง ทำให้ควบคุมการขับได้มั่นคง เข้าโค้งได้ดี
- ระบบพวงมาลัยตอบสนองดี ขับสนุก
- ข้อสังเกต: สำหรับรถ Eco Car มือสองรุ่นนี้ควรตรวจสภาพช่วงล่าง เช่น ลูกหมากและโช้ก เนื่องจากการใช้งานในเมืองหนัก ๆ อาจทำให้ความนุ่มนวลลดลง หากได้รับการดูแลไม่ต่อเนื่อง
- ราคารถมือสอง (โดยประมาณ): 249,000-400,000 บาท (ขึ้นอยู่กับปี รุ่น และสภาพรถ)
3. Nissan Almera

สำหรับรถ Eco Car มือสองรุ่นนี้ มีสองเจเนอเรชันในตลาดมือสอง ได้แก่ รุ่นเดิมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 79 แรงม้า และรุ่นใหม่เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ 100 แรงม้า มาพร้อมเกียร์ CVT ทั้งคู่ (ในบางรุ่น) เหมาะกับการเป็นรถครอบครัวหรือการใช้งานเป็นรถประจำวัน ภายในรุ่นใหม่ให้ฟีเชอร์ความปลอดภัยมากขึ้น เช่น ระบบเตือนจุดอับสายตา หรือระบบเตือนการชน (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
- จุดเด่น:
- พื้นที่ห้องโดยสารกว่ารถคลาสเดียวกันและมีพื้นที่เก็บของเยอะ
- รุ่นใหม่ 1.0 Turbo อัตราเร่งดีขึ้นชัดเจน ประหยัดได้ราว 20 กม./ลิตร
- ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาใกล้เคียงรถเล็กทั่วไป
- ข้อสังเกต: ควรตรวจสมรรถนะเกียร์ CVT และประวัติการเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะรุ่นเครื่อง 1.2 ลิตร ส่วนรุ่นเทอร์โบควรตรวจระบบอัดอากาศว่าทำงานดีหรือไม่
- ราคารถมือสอง (โดยประมาณ): 159,000-469,000 บาท (ขึ้นอยู่กับปี รุ่นย่อย และสภาพรถ)
4. Honda City Hatchback
มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 122 แรงม้า จับคู่เกียร์ CVT (บางรุ่น) ให้สมรรถนะที่ดีโดดเด่นในกลุ่ม Eco Car ขนาดตัวรถใหญ่กว่าคู่แข่ง ขับนุ่มแต่มั่นใจ ห้องโดยสารกว้าง มีเบาะอเนกประสงค์ “ULTRA Seat” ที่พับได้หลายรูปแบบ เหมาะทั้งใช้งานคนเดียวและขนของ
- จุดเด่น:
- ให้กำลัง 122 แรงม้า แต่ยังประหยัดได้ประมาณ 18-20 กม./ลิตร
- เบาะ Ultra Seat ใช้สอยพื้นที่ได้จริง เช่น ใส่ของที่สูงหรือยาวได้
- คุณภาพวัสดุภายในและออปชันเหนือกว่ารถ Eco Car ทั่วไป
- ข้อสังเกต: ควรตรวจสภาพเทอร์โบ และระบบระบายความร้อน โดยเฉพาะรถที่ใช้งานเดินทางไกลหรือใช้งานต่อเนื่องหนัก
- ราคารถมือสอง (โดยประมาณ): 329,000-650,000 บาท (ขึ้นอยู่กับปีและสภาพรถ)
5. Toyota Yaris ATIV

รถยนต์ Eco Car มือสองที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 92 แรงม้า เกียร์ CVT ขับนุ่มและประหยัดน้ำมัน ห้องโดยสารกว้างและสามารถใช้เดินทางไกลได้สบาย
- จุดเด่น:
- ระบบความปลอดภัยที่ใส่มาให้ครบ เช่น VSC, TRC และถุงลมนิรภัยสูงสุด 7 ใบ ตัว (รุ่นปี 2017 ขึ้นไป)
- ระบบความปลอดภัยจัดเต็มกว่ารถ Eco Car หลายรุ่น
- ชื่อเสียงด้านความทนทาน-ซ่อมบำรุง หาอะไหล่ง่ายของ Toyota
- ข้อสังเกต: ควรตรวจฟังก์ชันภายใน เช่น จอ, ปุ่มสั่งงาน และระบบปรับอากาศ เนื่องจากบางรุ่นย่อยมีฟีเชอร์แตกต่างกันตามปีผลิต
- ราคารถมือสอง (โดยประมาณ): 259,000-590,000 (ขึ้นอยู่กับปีและสภาพรถ)
6. Mitsubishi Mirage
ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ตัวรถมีน้ำหนักเบามาก เหมาะกับการขับในเมืองเป็นหลัก ช่วงล่างเน้นความนุ่มนวล ขนาดกระทัดรัดทำให้ขับเข้า-ออกซอยและหาที่จอดได้ง่ายมาก ดิไซน์ของรุ่นที่ออกหลังปี 2020 มีการปรับให้ทันสมัยขึ้น พร้อมระบบความปลอดภัยเพิ่มขึ้นหลายอย่าง
- จุดเด่น:
- ประหยัดน้ำมันสูง
- เป็นรถยนต์ Eco Car มือสองที่ค่าซ่อมบำรุงและอะไหล่ถูกที่สุดกลุ่มหนึ่ง
- คล่องตัวสูง เหมาะกับมือใหม่หรือการใช้ในเมือง
- ข้อสังเกต: ควรตรวจช่วงล่างและระบบเบรกให้ดี เนื่องจากการใช้งานในเมืองที่มีการเหยียบคันเร่งและเบรกบ่อยอาจทำให้เกิดการสึกหรอเร็วในบางคัน
- ราคารถมือสอง (โดยประมาณ): 139,000-386,900 บาท (ขึ้นอยู่กับปี รุ่น และสภาพรถ)
7. Mazda 2
Mazda 2 รถ Eco Car ขนาดกะทัดรัดที่มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ (ขึ้นอยู่กับปีผลิตและตลาด) ตัวรถมีขนาดกะทัดรัด เหมาะกับทั้งการขับในเมืองและการเดินทางระยะสั้น-กลาง ห้องโดยสารออกแบบให้ใช้งานได้จริง เป็นรถที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่มองหารถใช้งานประจำวัน
- จุดเด่น:
- ขนาดและน้ำหนักของรถทำให้ขับง่าย หาที่จอดสะดวก เหมาะกับการใช้งานในเมือง
- ดิไซน์ภายในถูกออกแบบให้มีความพรีเมียม
- โดดเด่นในเรื่องความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัด
- ข้อสังเกต: แนะนำให้ทดลองขับและฟังเสียงช่วงล่าง/ช่วงล้อ เพราะรถบางคันที่ผ่านการใช้งานนานอาจมีการสึกหรอของชิ้นส่วน และควรตรวจสอบประวัติการดูแลรักษาและสภาพทั่วไปให้ละเอียด เพื่อให้ได้รถที่พร้อมใช้งาน
- ราคารถมือสอง (โดยประมาณ): 199,000-449,000 บาท (ขึ้นอยู่กับปี รุ่นย่อย และสภาพรถ)
8. Honda Brio
Honda Brio ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 90 แรงม้า (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) ตัวรถมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เหมาะกับการใช้งานในเมืองหรือการเดินทางระยะสั้น-ปานกลาง ถือเป็นตัวเลือกรถยนต์ Eco Car มือสองที่ราคาเข้าถึงง่ายสำหรับผู้ที่ตั้งงบไว้ไม่สูง
- จุดเด่น:
- ด้วยขนาดตัวรถที่กะทัดรัดและน้ำหนักเบา ทำให้หาที่จอดง่ายในที่แคบและใช้งานในเมืองสะดวกมาก
- อะไหล่และบริการดูแลรักษาเข้าถึงได้ง่ายในไทย ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาไม่สูง
- โครงสร้างตัวถังและช่วงล่างออกแบบให้เน้นความคล่องตัว เลี้ยวง่าย
- ข้อสังเกต: ควรตรวจสภาพภายนอกและตัวถังอย่างละเอียด เพราะรถที่ใช้ในเมืองและจอดในพื้นที่แคบอาจเคยมีร่องรอยการเฉี่ยวเล็ก ๆ ได้ ถึงแม้จะไม่มีผลต่อการขับขี่โดยรวมก็ควรดูให้มั่นใจ และสำหรับผู้ที่ใช้รถเพื่อเดินทางไกล บางคันอาจมีการใช้งานหนัก ควรตรวจสภาพเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้ดี โดยเฉพาะเกียร์ CVT และประวัติการบำรุงรักษา
- ราคารถมือสอง (โดยประมาณ): 150,000-300,000 บาท (ขึ้นอยู่กับปีและสภาพรถ)
9. Suzuki Ciaz
รถซีดานขนาดใหญ่ในกลุ่ม Eco Car ใช้เครื่องเบนซินขนาด 1.2 ลิตร 91 แรงม้า พร้อมเกียร์ CVT (บางรุ่น) จุดเด่นคือพื้นที่โดยสารกว้างมาก โดยเฉพาะเบาะหลังและพื้นที่เก็บสัมภาระ ช่วงล่างนุ่มและขับสบาย ทำให้เหมาะทั้งสำหรับเป็นครอบครัวและรถใช้งานประจำวัน อุปกรณ์พื้นฐานครบ และค่าบำรุงรักษาอยู่ในระดับประหยัดตามสไตล์ Suzuki
- จุดเด่น:
- ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บของกว้าง
- ค่าซ่อมและอะไหล่ราคาเป็นมิตร คุ้มค่าในระยะยาว
- ข้อสังเกต: ควรตรวจช่วงล่างและสภาพเบาะ เพราะรถมักถูกใช้งานแบบครอบครัว ซึ่งอาจมีการใช้งานหนักในบางส่วน
- ราคารถมือสอง (โดยประมาณ): 154,000-279,000 บาท (ขึ้นอยู่กับปีและสภาพรถ)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับรถ Eco Car มือสอง
1. งบไม่เกิน 200,000 บาท ซื้อรุ่นไหนได้บ้าง?
สำหรับงบประมาณไม่เกิน 200,000 บาท ยังมีรถ Eco Car มือสองที่มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย และสามารถเจอคันที่สภาพดีพร้อมใช้งานได้ไม่ยาก โดยแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ต่างกันออกไป
- Nissan March เป็นรุ่นที่ราคาดีที่สุดในกลุ่ม จุดเด่นคือค่าบำรุงรักษาไม่แพง อะไหล่หาง่าย เหมาะกับมือใหม่หรือผู้ที่อยากประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว
- Honda Brio เป็นรถขนาดเล็ก คล่องตัว เหมาะกับผู้ที่ขับในเมืองเป็นหลัก ประหยัด และการดูแลรักษาอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้
2. Eco Car มือสองรุ่นไหนทน และมีปัญหาน้อยที่สุด?
หากอ้างอิงจากประสบการณ์ผู้ใช้งานและความนิยมในตลาดรถมือสอง รวมถึงต้นทุนบำรุงรักษาและความทนทานโดยรวม รุ่นที่มักถูกแนะนำมากที่สุดคือ
- Nissan Almera: เป็นรถ Eco Car ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานมากที่สุดรุ่นหนึ่ง เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตรของ Nissan ให้ความประหยัดและมีโครงสร้างต่าง ๆ อะไหล่หาได้ง่ายในตลาด ทำให้ค่าซ่อมโดยรวมค่อนข้างถูก จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนให้ความสนใจ Nissan Almera มือสอง เพราะยังคงความคุ้มค่าและความทนทานได้ดีไม่ต่างจากรถใหม่ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถไว้ใช้งานจริงจังในชีวิตประจำวัน
- Suzuki Ciaz: จุดเด่นคือความเรียบง่ายและดูแลไม่ยุ่งยาก เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตรของ Suzuki มีชื่อเสียงด้านความทน และโครงสร้างตัวรถซีดานทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการพื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บของมากขึ้น ค่าบำรุงรักษาโดยรวมไม่แพง อะไหล่เข้าถึงง่ายและประหยัดน้ำมัน
3. ควรซื้อรถ Eco Car มือสองจากที่ไหนดี?
การเลือกแหล่งซื้อเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การเลือกรุ่นรถ ควรซื้อจากผู้ขายที่มีมาตรฐานและมีขั้นตอนตรวจสภาพชัดเจน เช่น ศูนย์จัดจำหน่ายรถมือสองของที่มีการตรวจเช็กสภาพรถโดยละเอียด พร้อมรายงานสภาพรถก่อนส่งมอบ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงเรื่องรถชนหนัก จมน้ำ หรือเลขไมล์ไม่ตรงความจริง
รถยนต์ Eco Car มือสองเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถประหยัดน้ำมัน ใช้งานง่าย และมีต้นทุนการดูแลต่ำ แต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเรื่องขนาด ความคล่องตัว และสมรรถนะที่ต่างกันออกไป การศึกษาจุดเด่นและราคาเฉลี่ยในตลาด จะช่วยให้ผู้ซื้อเลือกรถได้เหมาะกับการใช้งานได้ดีที่สุด
เพื่อให้การเลือกซื้อรถมือสองเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยมากขึ้น การมองหาศูนย์หรือแพลตฟอร์มที่มีมาตรฐานชัดเจนในการตรวจสภาพรถถือเป็นปัจจัยสำคัญ Drive Sure เป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของข้อมูลรถและขั้นตอนการตรวจสอบ จึงช่วยยกระดับความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ ด้วยระบบตรวจเช็กสภาพรถอย่างละเอียดและรายงานข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องกังวลเรื่องการปกปิดประวัติหรือปัญหาซ่อนเร้นโดยเฉพาะผู้ที่สนใจกลุ่มนิสสันมือสอง ซึ่งเป็นรถยอดนิยมในตลาดรถประหยัด หากเลือกผ่านศูนย์ที่เชื่อถือได้อย่าง Drive Sure ผู้ซื้อจะได้รับทั้งการตรวจสภาพตามมาตรฐาน การรับประกันหลังการขาย และข้อมูลประวัติรถที่โปร่งใสครบถ้วน สามารถวางใจได้ว่ารถที่เลือกจะเป็นรถที่พร้อมใช้งานและคุ้มค่า เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่และผู้ที่ต้องการรถประหยัดไว้ใช้งานประจำ