จ่ายค่าปรับจราจร ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

ตำรวจจ่ายใบสั่ง

การจ่ายค่าปรับจราจรในปี 2569 สามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก โดยผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบใบสั่งค้างชำระได้ผ่านเว็บไซต์ E-Ticket PTM หรือแอปพลิเคชัน “ขับดี” (KHUB DEE) และเลือกจ่ายค่าปรับจราจรออนไลน์ผ่านแอปฯ Krungthai NEXT, เป๋าตัง หรือจุดบริการออฟไลน์อย่างเคาน์เตอร์เซอร์วิสและไปรษณีย์ไทยได้ทันที การชำระตามกำหนดไม่เพียงแต่ช่วยให้การต่อภาษีรถยนต์ประจำปีเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยังช่วยรักษาสิทธิในคะแนนความประพฤติการขับขี่ไม่ให้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต

ตารางเปรียบเทียบช่องทางการจ่ายค่าปรับจราจร

ช่องทางการชำระเงินความสะดวกค่าธรรมเนียมการตัดยอดในระบบเหมาะสำหรับ
แอปฯ Krungthai NEXT / เป๋าตังสูงมากฟรีหรือตามเงื่อนไขทันที (Real-time)ผู้ที่มีแอปธนาคารและเน้นความเร็ว
เว็บไซต์ E-Ticket PTMสูงตามประเภทบัตรทันทีผู้ที่ต้องการเช็กหลักฐานภาพถ่ายก่อนจ่าย
เคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-Eleven)สูงมีค่าบริการ1-2 วันทำการผู้ที่สะดวกจ่ายด้วยเงินสดใกล้บ้าน
ไปรษณีย์ไทย / ตู้บุญเติมปานกลางมีค่าบริการ1-3 วันทำการผู้ที่อยู่ใกล้จุดบริการหรือตู้เติมเงิน
สถานีตำรวจ (พนักงานสอบสวน)ต่ำไม่มีทันทีผู้ที่ต้องการโต้แย้งหรือมีกรณีคดีความ

วิธีตรวจสอบยอดค้างชำระและจ่ายใบสั่งออนไลน์ (เช็กให้ชัวร์ก่อนจ่าย)

ก่อนดำเนินการชำระเงิน ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบรายละเอียดรายการความผิดเพื่อความถูกต้องและป้องกันความผิดพลาดจากมิจฉาชีพ โดยมี 2 ช่องทางหลักที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

  • เว็บไซต์ E-Ticket PTM: (https://ptm.police.go.th) ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชนและเลขหลังบัตร (Laser ID) เพื่อเข้าดูรายการใบสั่งย้อนหลัง พร้อมหลักฐานภาพถ่ายขณะทำผิดกฎจราจรและสถานที่เกิดเหตุ
  • แอปพลิเคชัน “ขับดี” (KHUB DEE): แอปฯ ครบวงจรสำหรับผู้ขับขี่ ใช้ตรวจสอบประวัติการทำผิดกฎจราจร เช็กคะแนนความประพฤติ และตรวจสอบรายการใบสั่งที่ยังไม่ได้ชำระผ่านสมาร์ตโฟนได้ทุกที่ทุกเวลา

อัปเดตอัตราค่าปรับจราจรและคะแนนความประพฤติ (ข้อหาที่พบบ่อย)

เพื่อให้ผู้ขับขี่ตระหนักถึงวินัยจราจรและผลกระทบจากการทำผิดกฎหมาย ข้อมูลด้านล่างคือสรุปอัตราค่าปรับโดยประมาณและเกณฑ์การตัดคะแนนตามกฎหมายล่าสุดปี 2569

ข้อหาหรือความผิดจราจรอัตราค่าปรับโดยประมาณคะแนนที่ถูกตัด
ขับรถเร็วเกินกำหนด500 – 1,000 บาท1 คะแนน
ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง1,000 – 4,000 บาท2 คะแนน
ขับรถย้อนศร500 – 2,000 บาท2 คะแนน
ไม่สวมหมวกนิรภัย / ไม่รัดเข็มขัด500 – 2,000 บาท1 คะแนน
ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ400 – 4,000 บาท1 คะแนน
ไม่ติดแผ่นป้าย / ปิดบังป้ายทะเบียนไม่เกิน 2,000 บาท1 คะแนน
เมาแล้วขับ (ความผิดครั้งแรก)5,000 – 20,000 บาท4 คะแนน

ขั้นตอนการโต้แย้งใบสั่งออนไลน์ กรณีพบข้อผิดพลาด

หากคุณได้รับใบสั่งแต่พบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง เช่น ไม่ใช่รถของคุณ หรือถูกสวมทะเบียน คุณสามารถยื่นโต้แย้งได้ภายใน 15 วัน โดยไม่ต้องเดินทางไปสถานีตำรวจ

  • เข้าสู่ระบบ E-Ticket PTM: เลือกรายการใบสั่งที่ต้องการโต้แย้ง
  • เลือกเมนู “โต้แย้งใบสั่ง”: ระบุเหตุผลที่ต้องการโต้แย้ง เช่น ทะเบียนรถคล้ายกันแต่ไม่ใช่รุ่นรถที่ใช้งาน หรือไม่ได้อยู่ในสถานที่เกิดเหตุในเวลานั้น
  • แนบหลักฐานประกอบ: เช่น รูปถ่ายรถจริงที่เห็นความแตกต่าง หรือเอกสารยืนยันตำแหน่งที่อยู่
  • ติดตามผล: เจ้าพนักงานจะตรวจสอบภายใน 7-15 วันทำการ หากพบว่าผิดพลาดจริง ระบบจะทำการยกเลิกใบสั่งและคืนคะแนนให้โดยอัตโนมัติ

วิธีสังเกต “ใบสั่งจริง” vs “ใบสั่งปลอม” ป้องกันมิจฉาชีพ

ในยุคดิจิทัล มิจฉาชีพมักส่งใบสั่งปลอมหรือ SMS หลอกลวงเพื่อชิงข้อมูลส่วนตัว ผู้ขับขี่ควรสังเกตจุดสำคัญ

  • ใบสั่งของจริง (ทางไปรษณีย์): ต้องมีตราโล่เข็มขัดชัดเจน, มีชื่อ-นามสกุล และที่อยู่เจ้าของรถถูกต้อง, มีรูปถ่ายรถขณะทำผิดเห็นป้ายทะเบียนชัดเจน และมี QR Code ที่สามารถสแกนเพื่อจ่ายเงินเข้าบัญชี “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เท่านั้น
  • จุดสังเกตมิจฉาชีพ: มักส่งลิงก์ผ่าน SMS เพื่อให้กรอกเลข OTP หรือขอข้อมูลส่วนตัว หรือเร่งรัดให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา (ตำรวจจริงไม่มีนโยบายขอเลข OTP เพื่อจ่ายค่าปรับ)
  • การยืนยัน: หากไม่มั่นใจ ให้ตรวจสอบเลขใบสั่ง 13 หลักผ่านเว็บไซต์ E-Ticket PTM ก่อนเสมอ

ระบบตัดคะแนนความประพฤติและผลกระทบต่อใบขับขี่

อาสาสมัครจราจร

กฎหมายจราจรปัจจุบันใช้ระบบคะแนนเพื่อควบคุมพฤติกรรม โดยผู้ขับขี่ทุกคนมีคะแนนเริ่มต้น 12 คะแนน

  • การตัดคะแนน: ตัดตั้งแต่ 1-4 คะแนนตามความร้ายแรงของข้อหา
  • การพักใช้ใบอนุญาต: หากคะแนนลดลงจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 90 วัน
  • การคืนคะแนน: คะแนนจะได้รับคืนอัตโนมัติเมื่อครบกำหนด 1 ปี หรือผ่านการเข้าอบรมตามเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

ผลกระทบและมาตรการทางกฎหมายเมื่อค้างชำระค่าปรับ

การเพิกเฉยไม่ยอมเสียค่าปรับจราจรตามกำหนดส่งผลเสียมากกว่าที่คิด โดยมีมาตรการบังคับใช้ดังนี้

  • การต่อภาษีรถยนต์: คุณจะยังคงต่อภาษีได้ แต่จะได้รับ “เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีชั่วคราว” (มีอายุ 30 วัน) แทนป้ายภาษีตัวจริง จนกว่าจะชำระค่าปรับครบถ้วน
  • โทษปรับล่าช้า: อาจถูกเรียกเก็บค่าปรับล่าช้าเพิ่มเติมตามกฎหมาย (ไม่เกิน 1,000 บาท)
  • การดำเนินคดี: ในกรณีค้างชำระสะสมเป็นเวลานาน เจ้าพนักงานมีอำนาจออกหมายเรียก และหากยังเพิกเฉยอาจนำไปสู่การออกหมายจับได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเสียค่าปรับจราจรออนไลน์และออฟไลน์ (FAQ)

1. ไม่มีใบสั่งตัวจริงชำระเงินได้อย่างไร?

สามารถตรวจสอบเลขใบสั่ง 13 หลักได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ E-Ticket PTM หรือแอปฯ ขับดี โดยใช้เพียงเลขบัตรประชาชนในการเข้าถึงข้อมูล จากนั้นนำเลขใบสั่งไปชำระผ่านแอปธนาคารได้ทันที

2. ชำระค่าปรับแล้ว คะแนนที่ถูกตัดจะคืนให้ทันทีหรือไม่?

การชำระค่าปรับเป็นการเคลียร์ภาระหนี้สินในส่วนของค่าปรับเท่านั้น แต่ในส่วนของ “คะแนนความประพฤติ” จะได้รับคืนตามรอบระยะเวลา (ครบ 1 ปีนับจากวันที่ทำผิด) หรือเมื่อเข้ารับการอบรมและสอบผ่านตามเกณฑ์เท่านั้น

3. หากไม่ได้จ่ายค่าปรับ จะต่อภาษีรถยนต์ได้หรือไม่?

สามารถต่อภาษีได้ แต่กรมการขนส่งทางบกจะไม่ออกป้ายภาษีตัวจริงให้ทันที โดยจะออกป้ายชั่วคราวให้ใช้เพียง 30 วัน หากไม่ไปชำระค่าปรับภายในกำหนดนี้และยังนำรถไปใช้ จะมีความผิดฐานไม่ติดเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี ซึ่งมีโทษปรับเพิ่มเติมอีกด้วย

การขับขี่อย่างปลอดภัยและเคารพกฎจราจรเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดอุบัติเหตุและหลีกเลี่ยงค่าปรับ นอกจากการรักษาวินัยจราจรแล้ว การมีรถยนต์ที่สภาพสมบูรณ์และเชื่อถือได้ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง หากคุณกำลังมองหารถยนต์อีโคคาร์ที่คล่องตัวและตอบโจทย์การใช้งานอย่าง Nissan Almera มือสอง การเลือกซื้อจากแหล่งที่โปร่งใสและตรวจสอบประวัติรถได้จริงคือสิ่งสำคัญที่ Drive Sure ยึดมั่น เพราะรถนิสสันมือสองทุกคันของเราผ่านการตรวจสภาพอย่างละเอียดตามมาตรฐาน เพื่อให้คุณได้รถยนต์สภาพดีที่พร้อมสตาร์ตและลุยไปกับคุณได้ทุกที่

แนะนำบทความอื่นๆ

ข้อมูลน่ารู้

สรุปกฎหมายจราจรใหม่ 2569 สิ่งที่ผู้ขับขี่ควรรู้

ข้อมูลน่ารู้

จ่ายค่าปรับจราจร ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

ข้อมูลน่ารู้

พิกัด! ต่อภาษีรถยนต์เสาร์อาทิตย์ที่ไหนได้บ้าง?

ข้อมูลน่ารู้

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร ควรทำอย่างไร