ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร ควรทำอย่างไร

ภาพจำลองเหตุการณ์อุบัติเหตุทางรถยนต์

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คือ เงินค่าชดเชยที่บริษัทประกันภัยของฝ่ายผิดต้องจ่ายให้กับฝ่ายถูก เพื่อเยียวยาความเสียหายจากการที่ไม่มีรถใช้งานในระหว่างนำรถเข้าซ่อม โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดอัตราขั้นต่ำสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลไว้ที่ไม่น้อยกว่า 500 บาทต่อวัน เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบจากบริษัทประกันภัย

เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้ก่อนยื่นเคลมค่าขาดประโยชน์

การเรียกร้องเงินชดเชยส่วนนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขหลักที่กฎหมายและกรมธรรม์กำหนด

  • ต้องเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น: คุณต้องได้รับการยืนยันจากพนักงานสอบสวนหรือใบเคลมว่าเป็นฝ่ายถูก หากเป็นฝ่ายผิดหรือประมาทร่วมจะไม่สามารถเรียกร้องได้
  • รถยนต์ต้องมีการซ่อมแซมจริง: ต้องมีหลักฐานการนำรถเข้าซ่อมในอู่หรือศูนย์บริการมาตรฐาน และความเสียหายต้องเกิดจากอุบัติเหตุที่แจ้งไว้
  • คู่กรณีต้องมีประกันภัย: สิทธินี้เป็นการเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยของคู่กรณี หากคู่กรณีไม่มีประกัน คุณจะต้องเรียกร้องจากตัวบุคคลโดยตรงซึ่งมีขั้นตอนต่างออกไป

อัตราการจ่ายชดเชยขั้นต่ำตามเกณฑ์ คปภ. อัปเดตล่าสุด

คปภ. กำหนดเกณฑ์การจ่ายค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถขั้นต่ำ เพื่อให้บริษัทประกันภัยใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

ประเภทรถยนต์อัตราเงินชดเชยขั้นต่ำ (บาท/วัน)
รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รวมคนขับ)ไม่น้อยกว่า 500 บาท
รถยนต์รับจ้างสาธารณะไม่เกิน 7 ที่นั่ง (แท็กซี่)ไม่น้อยกว่า 700 บาท
รถยนต์ที่มีที่นั่งเกิน 7 ที่นั่ง (รถตู้/รถบัส)ไม่น้อยกว่า 1,000 บาท
รถประเภทอื่น ๆ (เช่น รถจักรยานยนต์)พิจารณาตามหลักฐานค่าใช้จ่ายจริง

รายการเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นเคลม

  • เอกสารส่วนบุคคล: สำเนาใบขับขี่ สำเนาทะเบียนรถ (เล่มรถ) และสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร
  • เอกสารหลักฐานเหตุการณ์: ใบเคลม (ใบรับแจ้งความเสียหาย) ที่ระบุชัดเจนว่าคุณเป็นฝ่ายถูก
  • เอกสารยืนยันการซ่อม: ใบรับรถเข้าซ่อมและใบส่งมอบรถคืน (ต้องระบุวันที่นำรถเข้าและรับรถออกอย่างชัดเจน)
  • เอกสารการเรียกร้อง: หนังสือเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ (ระบุรายละเอียดเหตุการณ์และจำนวนเงินที่ต้องการเรียกร้อง)
  • เอกสารสนับสนุน (ถ้ามี): ใบเสร็จค่าเช่ารถหรือค่าเดินทาง เพื่อใช้ยืนยันความเสียหายจริงในกรณีที่ต้องการเรียกร้องยอดเงินสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ

ขั้นตอนการยื่นเคลมและกระบวนการรับเงิน

ถ่ายภาพรถยนต์ที่ชนกันเพื่อใช้ในการยื่นขอค่าเสียเวลาซ่อมรถ
  • รวบรวมเอกสาร: หลังรับรถออกจากอู่ ให้รวบรวมเอกสารทั้งหมดรวมถึงใบเสร็จต่าง ๆ
  • ติดต่อบริษัทประกันคู่กรณี: โทรแจ้งฝ่ายสินไหมทดแทนของบริษัทประกันฝ่ายผิด
  • ยื่นเรื่อง: ส่งเอกสารผ่านช่องทางที่กำหนด แนะนำให้ส่งอีเมลเพื่อเก็บเป็นหลักฐาน
  • เจรจาต่อรอง: เจ้าหน้าที่ประกันมักจะขอเจรจาลดจำนวนวันหรือยอดเงิน ให้ยืนยันตามสิทธิและหลักฐาน
  • ทำบันทึกข้อตกลง: เมื่อตกลงยอดเงินได้ จะมีการเซ็นเอกสารยอมรับค่าเสียหาย
  • รับเงินโอน: บริษัทประกันต้องโอนเงินเข้าบัญชีภายใน 15 วันทำการนับจากวันที่ทำข้อตกลง

วิธีคำนวณจำนวนวันและการนับระยะเวลา

  • นับรวมวันหยุด: แม้อู่จะหยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่ในความเป็นจริงคุณก็ไม่มีรถใช้ จึงต้องนับรวมวันหยุดเข้าไปด้วย
  • กรณีรออะไหล่: หากเป็นการรออะไหล่จากอู่ในเครือประกัน ถือเป็นความรับผิดชอบของประกัน คุณมีสิทธิเรียกชดเชยได้ตลอดระยะเวลาที่รถจอดรอ
  • วันประเมินราคา: เริ่มนับตั้งแต่วันที่ส่งรถเข้าอู่เพื่อประเมินราคา ไม่ใช่เริ่มนับตั้งแต่วันที่ลงมือซ่อม

ข้อควรระวังและหลุมพรางที่ประกันมักใช้

  • การเสนอจ่ายต่ำกว่า 500 บาท: หากบริษัทเสนอ 200-300 บาทโดยอ้างนโยบาย ให้ยืนยันกลับด้วยคำสั่ง คปภ. ที่ 1/2562
  • การรีบให้เซ็นเอกสารไม่ติดใจเอาความ: ต้องตรวจสอบยอดเงินให้ถูกต้องก่อนเซ็นเสมอ หากเซ็นไปแล้วจะเรียกร้องเพิ่มไม่ได้
  • การอ้างว่าซ่อมช้าเอง: หากอู่ทำงานล่าช้า ให้ขอหลักฐานการสั่งอะไหล่มายืนยันกับประกันว่าไม่ได้เกิดจากฝั่งผู้เอาประกัน

สิทธิในการเรียกค่าเสื่อมราคารถยนต์พ่วงกับค่าขาดประโยชน์

หากรถประสบอุบัติเหตุหนักจนต้องตัดต่อตัวถังหรือกระทบโครงสร้างหลัก แม้จะซ่อมเสร็จแต่มูลค่ารถในตลาดจะลดลง คุณมีสิทธิเรียกร้องค่าเสื่อมราคารถยนต์เพิ่มเติม โดยต้องใช้การประเมินราคาซื้อขายจริงหรือความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญประกอบ

ระยะเวลาที่สามารถเรียกร้องย้อนหลังและอายุความ

  • อายุความ 2 ปี: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คุณสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากอุบัติเหตุได้ภายใน 2 ปีนับแต่วันเกิดเหตุ
  • การเก็บหลักฐาน: ควรขอสำเนาใบรับรถและส่งรถจากอู่เก็บไว้ทันทีหลังซ่อมเสร็จ เพื่อป้องกันเอกสารสูญหายเมื่อต้องการเคลมย้อนหลัง

เปรียบเทียบการเรียกร้องจากประกันกับการเรียกร้องจากคู่กรณีโดยตรง

หัวข้อเปรียบเทียบเรียกร้องจากบริษัทประกันเรียกร้องจากคู่กรณี (ไม่มีประกัน)
ความสะดวกมีมาตรฐานและขั้นตอนชัดเจนต้องเจรจาเอง มักถูกบ่ายเบี่ยง
เกณฑ์การจ่ายยึดตามประกาศ คปภ. (ขั้นต่ำ 500 บาท)ขึ้นอยู่กับการตกลงหรือคำสั่งศาล
หากตกลงไม่ได้ร้องเรียนผ่านสายด่วน คปภ. 1186ต้องฟ้องศาลแพ่ง (คดีมโนสาเร่)
ระยะเวลาได้รับเงินแน่นอนภายใน 15 วันหลังตกลงไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับฐานะคู่กรณี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ (FAQ)

1. บริษัทประกันยืนยันจะจ่ายน้อยกว่า 500 บาทต่อวัน ต้องทำอย่างไร?

ให้ปฏิเสธการเซ็นรับเงินและแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าขอใช้สิทธิตามประกาศ คปภ. คำสั่งที่ 1/2562 หากบริษัทยังไม่ยอม ให้ขอชื่อเจ้าหน้าที่และเลขรับเรื่องเพื่อแจ้งสายด่วน คปภ. 1186 ทันที

2. รถมอเตอร์ไซค์สามารถเรียกค่าขาดประโยชน์ได้หรือไม่?

สามารถเรียกได้ แม้ คปภ. จะไม่ได้กำหนดขั้นต่ำไว้ชัดเจน แต่สามารถเรียกตามความเสียหายจริง เช่น ค่าเช่ารถมอเตอร์ไซค์รุ่นใกล้เคียง หรือค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้น โดยต้องแนบหลักฐานการจ่ายเงินจริง

3.ต้องรอซ่อมเสร็จก่อนถึงจะยื่นเรื่องได้ใช่หรือไม่?

จำเป็นต้องรอซ่อมเสร็จก่อน เพราะต้องใช้ใบส่งมอบรถจากอู่เป็นหลักฐานยืนยันจำนวนวันที่แน่นอน เพื่อนำมาคำนวณยอดเงินรวมที่ถูกต้องในการยื่นเรื่องครั้งเดียว

อุบัติเหตุและกระบวนการเคลมที่ซับซ้อนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น การเริ่มต้นด้วยการเลือกรถยนต์ที่มีโครงสร้างสมบูรณ์และผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด จึงเป็นการลดความเสี่ยงและสร้างความอุ่นใจตั้งแต่แรกเริ่ม หากคุณกำลังมองหารถยนต์อีโคคาร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองอย่าง Nissan Almera มือสอง การเลือกซื้อจากแพลตฟอร์มที่โปร่งใสและตรวจสอบประวัติรถได้ทุกจุดอย่าง Drive Sure จะช่วยให้คุณมั่นใจได้มากกว่า เพราะรถนิสสันมือสองทุกคันของเราได้รับการคัดกรองและประเมินสภาพอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากล เพื่อส่งมอบรถยนต์ที่ปลอดภัยและพร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางของคุณในทุกสถานการณ์

แนะนำบทความอื่นๆ

ข้อมูลน่ารู้

สรุปกฎหมายจราจรใหม่ 2569 สิ่งที่ผู้ขับขี่ควรรู้

ข้อมูลน่ารู้

จ่ายค่าปรับจราจร ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

ข้อมูลน่ารู้

พิกัด! ต่อภาษีรถยนต์เสาร์อาทิตย์ที่ไหนได้บ้าง?

ข้อมูลน่ารู้

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ คืออะไร ควรทำอย่างไร