ยางที่ดอกยังดูเยอะ ไม่ได้แปลว่าเพิ่งเปลี่ยนมาไม่นานเสมอไป ถ้าอยากรู้ว่ายางชุดที่ใช้อยู่ผลิตมานานแค่ไหน ให้ลองดูตัวเลข 4 หลักบนแก้มยาง ตัวเลขชุดนี้จะบอกได้ถึงสัปดาห์และปีที่ผลิต
การดูปียางจึงมีประโยชน์ทั้งตอนเช็กรถที่ใช้อยู่และตอนกำลังดูรถมือสอง แต่ไม่ควรดูแค่ปีผลิตอย่างเดียว เพราะยางที่ผลิตปีเดียวกันก็อาจมีสภาพต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคันผ่านการใช้งานและดูแลมาแบบไหน
วิธีดูปียางรถยนต์ ดูตรงไหน?
เริ่มจากก้มดูที่ แก้มยาง แล้วมองหารหัสที่ลงท้ายด้วยตัวเลข 4 หลัก ตัวเลขชุดนี้คือส่วนที่ใช้ดูช่วงเวลาที่ผลิตยาง
ถ้าหาแล้วไม่เจอ ไม่ได้หมายความว่ายางเส้นนั้นไม่มีเลขปีผลิต เพราะรหัสวันที่อาจอยู่บนแก้มยางอีกด้านที่หันเข้าหาตัวรถ ลองเช็กอีกด้านก่อน
พอเจอเลข 4 หลักแล้ว ยังไม่ต้องพยายามอ่านรวดเดียวทั้งหมด ให้แบ่งเป็นเลข 2 ตัวหน้าและ 2 ตัวหลัง จะอ่านง่ายกว่า และรู้ได้เลยว่ายางเส้นนั้นผลิตช่วงไหน
เลข 4 หลักบนยางรถยนต์อ่านยังไง?
หลักการอ่านมีอยู่สองส่วน
เลข 2 ตัวแรก คือสัปดาห์ที่ผลิต
เลขคู่นี้ไม่ได้หมายถึงวันที่หรือเดือน แต่หมายถึง ลำดับสัปดาห์ของปี
ตัวอย่าง 1226 เลข 12 หมายถึงยางเส้นนี้ผลิตในสัปดาห์ที่ 12
เลข 2 ตัวหลัง คือปีที่ผลิต
จากตัวอย่างเดียวกัน เลข 26 หมายถึงปี 2026 เมื่อนำมารวมกัน 1226 จึงหมายถึง ผลิตในสัปดาห์ที่ 12 ของปี 2026
อีกตัวอย่างหนึ่ง ถ้าเจอ 4724 หมายถึง สัปดาห์ที่ 47 ของปี 2024
เวลาเช็กยางรถหนึ่งคัน ดูเลขให้ครบทั้ง 4 เส้น จะเห็นว่ายางผลิตในช่วงใกล้เคียงกันหรือมีบางเส้นที่ใหม่หรือเก่ากว่าเส้นอื่น

ปีผลิตยางกับอายุยาง เป็นเรื่องเดียวกันไหม?
ตรงนี้เป็นจุดที่คนใช้รถควรแยกให้ออก เพราะเห็นยางผลิตมาหลายปีแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะตัดสินจากเลขปีอย่างเดียวว่าต้องเปลี่ยนทันที
เลขบนแก้มยางบอกได้ว่ายางผลิตเมื่อไร ส่วนสภาพของยางในปัจจุบันต้องดูจากการใช้งานและสภาพจริงด้วย รถที่วิ่งทุกวันกับรถที่ใช้น้อย แม้ใช้ยางปีเดียวกัน สภาพยางก็อาจต่างกันได้
เมื่อยางใช้งานมาประมาณ 5 ปี ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสภาพอย่างน้อยปีละครั้ง ส่วนยางที่มีอายุถึง 10 ปีนับจากวันที่ผลิต ควรเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัย แม้สภาพภายนอกจะยังดูใช้งานได้อยู่ก็ตาม
ดังนั้น ปีผลิตช่วยให้รู้ว่ายางชุดนี้มีอายุเท่าไร ส่วนดอกยาง แก้มยาง รอยแตกร้าว และการสึก จะช่วยบอกสภาพที่เราใช้งานอยู่ในตอนนี้
นอกจากดูปีผลิต เช็กอะไรบนยางอีกบ้าง?
เวลาผมดูยาง สิ่งที่ควรไล่ดูต่อจากปีผลิตคือ ดอกยางและแก้มยาง เพราะสองจุดนี้มองเห็นความผิดปกติได้ค่อนข้างง่าย
เริ่มจากดูว่าดอกยางสึกไปมากแค่ไหน ใกล้ถึงสะพานยางหรือยัง แล้วไล่ดูแก้มยางว่ามีรอยแตก รอยบาด หรือมีจุดไหนบวมผิดรูปหรือไม่ ถ้าเจออาการเหล่านี้ ต่อให้ปีผลิตยังไม่เก่ามากก็ควรให้ร้านยางหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจอีกครั้ง
อีกอย่างที่อยากให้สังเกตคือ การสึกของยางแต่ละด้าน เช่น ขอบด้านในสึกมากกว่าด้านนอก หรือยางล้อหนึ่งสึกต่างจากล้ออื่นชัดเจน เพราะอย่างน้อยมันบอกเราได้ว่ามีจุดที่ควรตรวจต่อ

ถ้าเลขปีผลิตยางทั้ง 4 เส้นไม่เหมือนกัน ผิดปกติไหม?
ยาง 4 เส้นไม่จำเป็นต้องผลิตพร้อมกันเสมอ เจ้าของเดิมอาจเคยเปลี่ยนเพียงบางเส้น เช่น ยางเส้นหนึ่งเสียหายจนต้องเปลี่ยนก่อนชุดที่เหลือ หรือมีการเปลี่ยนยางคนละช่วงเวลา
กรณีที่ยาง 3 เส้นผลิตช่วงใกล้กัน แต่อีกเส้นใหม่กว่าชัดเจน ถ้าเป็นรถที่ใช้อยู่เองก็มักพอนึกออกว่าเคยเปลี่ยนตอนไหน แต่ถ้าเป็นรถมือสองที่กำลังดูอยู่ สามารถถามผู้ขายเพิ่มเติมได้ว่าเส้นนั้นถูกเปลี่ยนเพราะอะไร
เลขปีที่ต่างกันจึงใช้เป็นข้อมูลสำหรับดูประวัติการเปลี่ยนยางได้ ส่วนสภาพของแต่ละเส้นยังต้องดูแยกกัน เพราะยางใหม่กว่าก็ไม่ได้รับประกันว่าจะอยู่ในสภาพดีกว่าเสมอ
ซื้อรถมือสอง ดูปียางแล้วบอกอะไรเราได้บ้าง?
เวลาไปดูรถมือสอง หลายคนเริ่มจากเปิดฝากระโปรง ดูห้องโดยสาร เช็กเลขไมล์ หรือทดลองขับ แต่ยางก็เป็นอีกจุดที่ใช้เวลาเช็กไม่นาน และเราเช็กเองได้ตั้งแต่ตอนเดินดูรถ
ลองดูเลขปีผลิตให้ครบ 4 เส้น แล้วดูต่อว่าดอกยางเหลือแค่ไหน แก้มยางมีรอยหรือไม่ และแต่ละเส้นสึกใกล้เคียงกันหรือเปล่า ข้อมูลพวกนี้ช่วยให้เรารู้สภาพของยางชุดที่ติดมากับรถก่อนรับรถจริง
ถ้ากำลังเลือก นิสสันมือสอง ไม่ว่าจะเป็น Nissan Almera มือสอง หรือรุ่นอื่น ๆ รถปีเดียวกันและเลขไมล์ใกล้กันก็ไม่ได้หมายความว่าสภาพยางจะเหมือนกัน คันหนึ่งอาจเพิ่งเปลี่ยนยางมาไม่นาน ขณะที่อีกคันยังใช้ยางชุดเดิมอยู่ จึงควรดูสภาพรถจริงเป็นคัน ๆ ไป
และอย่าใช้ปีผลิตของยางตัดสินว่ารถทั้งคันดีหรือไม่ดี เพราะยางเป็นชิ้นส่วนที่เปลี่ยนตามการใช้งาน สิ่งที่การดูปียางช่วยได้คือทำให้เรารู้ว่า ยางที่ติดมากับรถตอนนี้อยู่ในสภาพประมาณไหน และมีอะไรที่ควรตรวจต่อก่อนรับรถ เท่านั้น